~โมโกจู : กำแพงเพชร~ ตอนที่ 1

โพสเมื่อ :2011-04-12 11:01:11
โมโกจู

ยอดเขาโมโกจู
          เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ และสูงที่สุดในผืนป่าตะวันตก ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 27 กิโลเมตร เป็นยอดเขาที่นักนิยมการท่องเที่ยวแบบเดินป่า ปีนเขา ต้องการที่จะไปเยือนสักครั้ง ด้วยความสูง 1,964 เมตร คำว่า "โมโกจู" เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า เหมือนฝนจะตก เนื่องจากบนยอดเขามักถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอก และมีอากาศหนาวเย็นตลอดเวลา

          ผู้สนใจจะไปสัมผัสยอดเขาโมโกจู ต้องเตรียมร่างกายให้แข็งแรง เพราะทางเดินขึ้นเขามีความลาดชันไม่ต่ำกว่า 60 องศา ใช้เวลาในการเดินทางไป-กลับ 5 วัน และต้องพักแรมในป่าตามจุดที่กำหนด นอกจากนั้น ควรศึกษาสภาพเส้นทาง สภาพอากาศ และติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางจากอุทยานฯ ซึ่งเปิดให้เดินขึ้นยอดเขาโมโกจูในเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ของทุกปี 




 

         วันแรกของการเดินทาง: เลาะดงไผ่ ข้ามสายธาร สู่คลองแม่กระสา

ตอนสายของวันที่ 29 มกราคม 2544 พวกเรารวม 14 ชีวิตและสัมภาระอีกร้อยกว่ากิโล ออกเดินเท้าจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ตามหลังพี่เจษ พิทักษ์ป่าร่างสูงใหญ่ ไปตามทางเดินป่าที่โล่งและค่อนข้างกว้างด้วยการเข้ามาบูรณะของชาวบ้านใน อำเภอแม่วงก์กว่าปีก่อน และรั้งท้ายด้วยพี่เส็ง พิทักษ์ป่าหนุ่มท่าทางใจดี เราต้องเดินตามทางนี้ที่เคยเป็นเส้นทางเข้าไปทำสัมปทานน้ำมันยางเมื่อครั้ง ผืนป่านยังไม่ได้รับการประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ตลอดเส้นทางจะมีเนินสูงๆต่ำๆไม่ค่อยชันแต่ต้องเดินกันไกลร่วม 15 กม.กว่าจะถึงที่พัก และต้องข้ามลำธารแบบไม่เปียก ( ถ้าระวัง ) นับสิบครั้ง ด้วยระดับความสูงเฉลี่ยประมาณ 400 เมตรจากระดับน้ำทะเล สภาพป่าตลอด สองข้างทางจึงเป็นป่าเบญจพรรณที่มีต้นไผ่เป็นประชากรหลัก


 




"แคมป์แม่กระสา" ที่พักคืนแรกของเราอยู่ริมลำห้วยสายใหญ่ที่แม้จะล่วงเลยวสันตฤดูมาสองเดือนก็ยังคงระดับและความแรงได้ราวกับจะมิได้ลดน้อยลงไป เป็นสิ่งที่บอกให้เรารู้ถึงความสมบูรณ์แห่งผืนป่าต้นกำเนิดสายน้ำแห่งนี้



วันที่สองของการเดินทาง: เลียบคลองแม่รีวา สู่ขุนน้ำต้นกำเนิด

     น้ำค้างที่ตกบนผืนฟลายชีตของเราตลอดเช้ามืดราวฝนพรำ กับอุณหภูมิยามแดดเช้า ราว 14 องศาเซลเซียส ทำให้เราอ้อยอิ่งกันพอสมควร กว่าจะจัดการกับอาหารเช้า และเตรียมอาหารกลางวันติดตัวไป ก็ล่วง 10 โมงแล้ว แต่จุดพักแรมคืนนี้ของเราอยู่*งออกไปเพียงไม่ถึง 5 กม. ตามทางค่อนข้างราบคล้ายวันแรก เราจึงมาถึง "แคมป์แม่รีวา" ในราวหนึ่งชั่วโมงแบบไม่ทันเหนื่อย
     จุดแคมป์ของเราดูจะเป็นที่ราบกว้างขวางพอดูอยู่ติดกับโขดหินริมลำห้วย "แม่รีวา" ซึ่งแม้จะเทียบไม่ได้กับปริมาณน้ำและความกว้างของ "คลองแม่กระสา" แต่ด้วยร่มไม้ที่สานยอดกันค่อนข้างแนบชิด และผืนมอสเขียวที่ปกคลุมก้อนหินริมลำธารเป็นดงใหญ่ ทำให้ที่นี่ดูเป็น สวรรค์น้อยๆของนักแรมทางอย่างเรา





เจ้าดอกไม้นิรนามแสนงามนี้ชูช่ออวดโฉมให้เห็นอยู่เพียงช่อเดียว ณ ริมลำธารข้างแคมป์

 




     หลังจัดแจงปลดสัมภาระ กางเต๊นท์ ผูกเปล กันแล้ว อาหารเที่ยงก็ถูกลำเลียงใส่ท้อง ไม่ทันบ่ายโมง พวกเราก็เริ่มบ่ายหน้าออกเดิน ตามทางเดินป่าที่เลาะย้อนแนวสายธารขึ้นไป ทางเดินจะผ่านป่าที่ดูรกและครึ้มขึ้น บางจุดก็มีดงดอกไม้ป่าสีสดใสอย่างเจ้าดอกนี้



    ด้วยระยะทางเกือบ 3 กม. ในเวลาเพียงสองชั่วโมง เราก็มายืนประจันหน้ากับสายน้ำอันเกรี้ยวกราดที่ลดหลั่นตามเหลี่ยมผาหินสีเทาทะมึน ถาโถมลงสู่แอ่งน้ำกว้าง ในหุบที่รายล้อมด้วยแผ่นหินผา เกิดเสียงกึกก้อง มากับละอองน้ำที่ปลิวตามแรงลมออกจากกลางหุบนั้น นี่เป็นเพียงคำทักทายแรกจาก "น้ำตกแม่รีวา"



จากจุดนี้ พี่เจษ พาเราลุยไหล่เขาข้างน้ำตกที่ทั้งชันและรกจนไปเจอกับทางเดินเท้าแคบๆเลาะเหนือหุบน้ำตก แบบได้เหงื่อท่วมตัว แต่พอหลุดออกมาได้ก็แทบหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งกับภาพตรงหน้า




สายน้ำแม่รีวาชั้นบนที่เราไม่อางมองเห็นได้จากเบื้องล่างเมื่อครู่นั้น ช่างงดงามคุ้มค่ากับที่เหนื่อยยากปีนป่ายขึ้นมานัก
ม่านน้ำสีขาวที่สูงราว 30 เมตรไหลตกลงสู่แอ่งน้ำใหญ่ที่ทั้งเย็นยะเยียบและลึกจนเราไม่กล้าว่ายข้ามได้แต่ลงเล่นใกล้ฝั่งให้พอสดชื่นเท่านั้น




บ่ายคล้อยเราย้อนกลับตามทางเดิม ผ่านดงดอกไม้สีม่วงดงเดิมที่ดูจะเด่นยิ่งขึ้นในเงาสีอมฟ้ายามตะวันเริ่มต่ำกว่ายอดไม้




 
 
ติดต่อแลก Banner กับเว็บไซต์ Byedee.com
การขอแลก Banner
ให้นำโค๊ด Banner ด้านล่างไปติดตั้งบนเว็บไซต์ของท่าน และแจ้งยืนยันมาที่ admin@byedee.com
เมื่อทางเราได้รับแจ้งจะทำการติดตั้ง Banner ของเว็บไซต์ท่านและจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
ปิดแสดงผล Banner