13 วันในเนปาล : วันที่ 6

โพสเมื่อ :2009-03-02 13:33:31

        ตื่นแต่เช้า มานั่งรอรถที่มาสายเช่นเคย นั่งมาได้เพียงชั่วครู่ยังไม่ทัน พ้นเขต Pokhara ดี (ถ้าเป็นสำนวนที่บ้าน ต้องบอกว่า "ตดยังไม่ทันหาย เหม็น") รถก็เหยียบตะปู ยางล้อหลังระเบิด แบนแต๊ดแต๋ ก็จอดรถปะยาง กันข้างทางนั่นแหละ ไม่มียางสำรงสำรองอะไรหรอก ผู้โดยสารทั้งหลายก็ออก มานั่ง ๆ นอน ๆ ริมถนนรอกันไป ชีวิตไม่มีคำว่ารีบร้อน สบาย สบาย สไตล์เนปาล

        ประมาณเที่ยง เราก็มาถึงสำนักงานบริเวณชานเมือง Bharatpur ของ Island Jungle Resort เพื่อรอรถที่จะพาเราเข้าไปรีสอร์ทอีกที ร้องเพลงรอ พร้อมกับพลิกคว่ำตะแคงหงาย ที่สำนักงานร่วมสองชั่วโมง ก็มีรถเหมือนรถสองแถวคันโต ๆ พาปุเลง ปุเลงไปอีกชั่วโมง ยัง...ยังไม่พอ เราต้องนั่งเรือ ถ่อข้ามฟากอีกที จึงเข้าเขตอุทยาน

        ข้ามฟากเสร็จ ก็แบกสัมภาระของใครของมัน เดินต่อไปอีกราว 200 เมตร จึงจะถึง Camp Site กว่าจะได้กินข้าวเที่ยง ก็ปาเข้าไปบ่าย สามโมง หิวจนตาลาย ยกอะไรมาฟาดเรียบ กลิ่นข่ง กลิ่นแขก มิมีรู้สึก ฟาดไม่เหลือหลอ

        Royal Chitwan National Park อยู่ในเขตที่ราบลุ่ม (อันมีอยู่ น้อยนิด) ทางตอนล่างติดกับอินเดีย กินอาณาบริเวณ 93,200 เฮกเตอร์

        ในสมัยก่อน แถบนี้มีสัตว์ป่าชุกชุมมาก เป็นบริเวณล่าสัตว์ของชน ชั้นสูงของเนปาล อินเดียและชาวตะวันตก ว่ากันว่าในปี ค.ศ.1911 กษัตริย์ จอร์จที่ 5 และพระโอรส (พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8) ทรงมาสำเริงสำราญ กับชีวิต สัตว์ป่าให้เป็นเกียรติประวัติแก่วงศ์ตระกูล ได้เล่าขานสืบไปว่า ภายใน 11 วัน ทรงปลิดชีพเสือไป 39 ตัว แรดอีก 18 ตัว

        ในปี ค.ศ.1954 การสาธารณสุขเจริญขึ้น สามารถขจัดไข้มาลาเรีย ที่มีอยู่ชุกชุม ในบริเวณนี้ลงได้ ทำให้ชาวบ้านเริ่มอพยพเข้ามาจับจองที่ดิน หักล้างถางพง ทำเกษตรกรรม มีผลทำให้สัตว์ป่าลดน้อยถอยลง อันเป็น สัจธรรมที่พบได้ในทุกที่

        จนกระทั่งในปี ค.ศ.1973 จากการสำรวจพบว่า มีแรดเหลืออยู่เพียง 100 ตัว เสือ 20 ตัว ทางการเห็นว่า ถ้าปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม ไม่รีบ เข้าไปจัดการ ก็คงจะไม่เหลืออะไรให้จัดการเป็นแน่แท้ จึงเริ่มผลักดันชาวบ้าน ให้ออกไปจากเขตป่าร่วม 20,000 คน และจัดตั้งให้อาณาบริเวณนี้ เป็นอุทยาน แห่งชาติ

        ในที่สุด องค์การ UNESCO ก็ประกาศรับรองให้เป็นมรดกโลก ทางธรรมชาติ ประมาณกันว่าในปัจจุบันมีแรด 400 ตัว เสือ 80 ตัว นกมาก กว่า 400 ชนิด และสัตว์อื่น ๆ อีกมากมาย

        ดู ๆ ไป การจัดการน่าจะลำบากไม่ใช่น้อย เพราะว่าอาณาบริเวณ โดยรอบอุทยานนี้ เป็นเขตเกษตรกรรม ซึ่งมีเพียงแม่น้ำ Narayani และ แม่น้ำ Rapti อันตื้นเขิน ซึ่งง่ายต่อการข้ามไปข้ามมา เป็นเขตแดนของอุทยาน

        เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข จึงมีการจ้างวานชาวบ้าน มาเป็นคน งานในอุทยาน และอนุญาตให้ชาวบ้าน ที่อาศัยโดยรอบอุทยาน เข้ามาตัด หญ้าไปทำหลังคาบ้านได้ ในช่วงเดือนมกราคม ถึง กุมภาพันธ์ ดังนั้นผู้ที่ต้องการมาเที่ยวชมสัตว์ป่าที่นี่ ควรมาในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึง พฤษภาคม จะเห็นสัตว์ป่าได้ง่ายขึ้น

        หลังจากอิ่มหนำสำราญดีแล้ว ผู้มาใหม่ทั้งหลายก็มารวมกลุ่มกัน รับหมายเลขห้อง และฟังคำแนะนำต่าง ๆ จากเจ้าหน้าที่ เช่น เวลากินข้าว กินตอนกี่โมง (มาช้าอดนะจ๊ะ) กลางคืนไม่มีไฟฟ้าต้องใช้ตะเกียงรั้ว การแต่งกาย เข้าป่าควรใส่สีทึม ๆ เช่น เขียว น้ำเงิน หรือ น้ำตาล จะได้กลมกลืนกับป่า สีต้องห้ามคือ สีแดง เหลือง ขาว เพราะว่าเป็นสีที่สัตว์ป่าจะเห็นได้ง่ายในระยะ ไกล เป็นต้น

        กิจกรรมที่นี่มีหลายอย่าง จะเขียนขึ้นกระดานไว้ เราต้องไปดูที่ กระดานว่า เราจะถูกจัดให้ไปทำอะไร เวลาเท่าไหร่ ก็คอยไปตามเวลานั้น ๆ กิจกรรมต่าง ๆ มี

        Jungle Walk Crocodile Watching
        Bird Watching Canoeing
        Elephant Riding Elephant Bathing

        เย็นนี้เราถูกจัดให้ไป Jungle Walk เรา 2 คน พร้อมเจ้าหน้าที่อีก 2 คน มีไม้พองประจำตัวคนละอัน คอยเดินปิดหัวท้าย พาเดินป่า มีการให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวสั้น ๆ ก่อนเดินป่า

        "สวัสดีครับ พวกผมสองคนจะเป็นคนพาคุณเดินป่า มีคำแนะนำ สั้น ๆ บางอย่างที่คุณควรจะรู้ไว้ก่อนเดินป่านะครับ

        สัตว์ป่าที่นี่เยอะแยะมากมาย แต่สัตว์ป่าที่เป็นอันตราย และอาจพบ ได้มี 3 ชนิด คือ แรด หมี และเสือเบงกอล ผมจะแนะนำวิธีปฏิบัติตัว ถ้าเราพบสัตว์ป่าดังกล่าวนะครับ

        แรด แรดเป็นสัตว์ที่ตัวโต วิ่งเร็ว แต่สายตาไม่ดี ถ้าเราเจอมีวิธีหลบ หนี 3 วิธีคือ หนึ่ง ปีนขึ้นไปอยู่บนต้นไม้ สอง วิ่งไปหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ แรดก็จะมองไม่เห็น และสาม ถ้าหาต้นไม้ที่จะให้หลบหรือปีนไม่ได้ ให้วิ่งหนี แบบซิกแซ็ก ห้ามวิ่งเป็นเส้นตรง เพราะว่าแรดวิ่งได้เร็วมาก แต่จะวิ่งซิกแซ็ก ไม่ได้ เพราะว่าตัวโต วิ่งไปแล้วจะเปลี่ยนทิศทางลำบาก

        หมี ถ้าเจอหมีให้ทุกคนมายืนรวมกลุ่ม ส่งเสียงพร้อมกระทืบเท้า ให้หมีตกใจ วิ่งหนีไป

        เสือ เป็นสัตว์ที่พบได้ยากมาก ถ้าเจอให้ค่อย ๆ ย่องถอยหลังออกมา แต่ถ้าเสือจู่โจมก็ตัวใครตัวมัน"

        แต่ฉันมีวิธีที่ดีกว่านั้น ถ้าเจอเสือ ให้คุกเข่า พนมมือ และนึกถึง คุณพระคุณเจ้า ที่ว่าศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายแหล่เท่าที่จะนึกได้

        หลังจากแนะนำเสร็จ เจ้าหน้าที่ก็พาเดินวกไปวนมาในป่า เจอลิง นกยูง กวาง เยอะจนรู้สึกเป็นของธรรมดา แต่ไม่ยักกะเจอ แรด ที่ถวิลหา บ่นยังไม่ทันขาดคำ เจ้าหน้าที่สะกิดให้หยุด แล้วชี้ให้ดู

        "Oh! my God"


        แรดตัวเขื่อง ยืนกินหญ้าอยู่เบื้องหน้า ไกลออกไปซัก 50 เมตร พวกเราค่อย ๆ ย่องเข้าไป ใกล้เข้าไป ใกล้เข้าไป พร้อมสอดส่ายสายสายตา มองหาต้นไม้ที่พอจะปีนไหว ใจเต้นตึ้กตั้ก สั่นระรัวด้วยความตื่นเต้น พอเข้าไปใกล้ซัก 20 เมตร เจ้าหน้าที่ก็บอกให้หยุด เพราะว่าถ้าเข้าไปใกล้กว่านี้ อาจเป็นอันตรายได้ ถ้าโดนแรดวิ่งชน ก็คงเหมือนกับโดนสิบล้อชนเป็นแน่แท้ เราแอบดูแรด อยู่หลังต้นไม้จนหนำใจ ก็ค่อย ๆ ย่องกลับออกมา เพื่อเดินทางต่อไป

        เดินมาได้เพียงชั่วครู่ เราได้ยินเสียงสัตว์ร้องก้องป่า พร้อมเสียงแหวก ต้นไม้มุ่งตรงมาทางเรา เจ้าหน้าที่ทั้งสองหน้าตาตื่นพร้อมพาวิ่งทันที ไอ้เรายัง ไม่ทันรู้หรอกว่า เจ้าหน้าที่บอกว่าอะไร ชั่วเพียงพริบตา เราก็สวมวิญญาณลิง ขึ้นไปห้อยโหนอยู่บนต้นไม้ เป็นที่เรียบร้อย

        ปรากฎว่า เสียงกึกก้องที่เราได้ยิน คือเสียงแรดสู้กัน แล้ววิ่งมาทางเรา แหม! โชคดีจริง ๆ แถมมาหยุดสู้กัน อยู่เบื้องหน้าเรา ไม่ไกลจากต้นไม้ ที่เราขึ้นไปห้อยโหนอยู่เท่าใดนัก เลยได้เพ่งพินิจพิจารณาแรดอีกรอบ

        แรดเนปาล เป็นแรดนอเดียว ซึ่งต่างจากแรดบ้านเราที่เป็นแรดสองนอ พบได้ตามสวนสัตว์ และแรดไม่มีนอ พบได้ตามศูนย์การค้าและดีสโกเธค ดู ๆ ไปแล้วแรดที่นี่เหมือนนักรบโบราณร่างยักษ์ที่ใส่เสื้อเกราะ

        แรด ยืนกินหญ้าอย่างไม่แยแสพวกสอดรู้สอดเห็นบนต้นไม้ และก็ ไม่ทำอะไรโลดโผน แปลกประหลาดพิศดาร ให้เราดู นอกจากกินหญ้า กินหญ้า แล้วก็กินหญ้า วิญญาณลิงที่สิงสู่ ก็ออกจากร่างไปตั้งนานแล้ว เบื่อการห้อย โหนบนต้นไม้ อยากลงไปเดินบนดิน และได้เวลาที่ควรกลับที่พักได้แล้ว เจ้าหน้าที่เลยลงไปส่งเสียงไล่แรด ให้ถอยออกไปอีกสักหน่อย เพื่อที่เราจะ ลงจากต้นไม้ได้ อย่างปลอดภัย

        พอลงจากต้นไม้ เราต้องเดินตัดทุ่งหญ้า ที่แรดทั้งสามตัวหากินอยู่ แถวนี้ ทำเอาใจเต้นตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ เดินไป คอยมองหาต้นไม้ใหญ่ ที่พอจะ หลบหรือปีนไปด้วย พร้อมวางแผนวิ่งในใจไปด้วย ลุ้นระทึกแต่ก็สนุกดี

        สรุปเย็นนี้ เราเจอแรด 3 ตัว กลับไปโม้ให้ฝรั่งร่วมทัวร์อิจฉาเล่น



 
 
ติดต่อแลก Banner กับเว็บไซต์ Byedee.com
การขอแลก Banner
ให้นำโค๊ด Banner ด้านล่างไปติดตั้งบนเว็บไซต์ของท่าน และแจ้งยืนยันมาที่ admin@byedee.com
เมื่อทางเราได้รับแจ้งจะทำการติดตั้ง Banner ของเว็บไซต์ท่านและจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
ปิดแสดงผล Banner